รถรับจ้างขนของ และการดูแลรักษา

รถรับจ้างขนของ กับวิธีการดูแลรักษา

รถรับจ้างขนของ และผู้ให้บริการ รถขนส่งสินค้าอื่นๆ ต้องคำนึงถึงสิ่งสำคัญที่สุดในการให้บริการก็คือสภาพรถที่ดีและพร้อมที่จะทำการขนย้ายสิ่งของให้ไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างมีสภาพสมบูรณ์ดังนั้นการเลือกดูแลรถให้พร้อมกับการใช้งาน จะเป็นส่วนช่วยให้รถไม่เกิดปัญหาระหว่างการใช้งาน และมีสภาพเครื่องยนต์ รวมถึงตัวถังที่ดีอยู่เสมอ โดยรถยนต์รับจ้างโดยทั่วไปนั้น โดยส่วนมากจะมีรูปแบบในการให้บริการอยู่ 3 ประเภท ได้แก่รถกระบะรับจ้างหลังคาตู้ทึบสูง 2 เมตร 20 เซนติเมตร รถสี่ล้อขนาดใหญ่เช่นรถหกล้อ และรถหกล้อรับจ้างช่วงยาว ซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้

รถรับจ้างขนของ รถขนส่งสินค้า

รถรับจ้างขนของ รถขนส่งสินค้า จาก บริษัทขนส่งสินค้า มืออาชีพ

รถกระบะรับจ้าง เหมาะกับการขนย้ายของที่มีน้ำหนักน้อยซึ่งสามารถแบ่งออกได้อีก 2 ประเภทคือ รถรับจ้างขนของแบบคอก เป็นที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องความสูงในการขนส่งสินค้าและเหมาะสำหรับการขนสินค้าที่ไม่ต้องกังวลในเรื่องฝนหรือสภาพอากาศ กับรถรับจ้างประเภทตู้หลังคาที่มีลักษณะเป็นตู้ทึบ และมีประตูล๊อคด้านท้ายเพื่อป้องกันการร่วงหล่นสูญหายของทรัพย์สิน มีข้อจำกัดอยู่ตรงไม่ต้องกังวลเรื่องการขนย้ายในสินค้าครั้งละมาก ๆ

รถ6ล้อรับจ้าง สำหรับขนของที่มีน้ำหนักไม่เยอะมากและมี 3 ขนาดให้เลือกตามการใช้งานคือรถหกล้อขนาดเล็ก รถหกล้อขนาดกลาง รถหกล้อขนาดใหญ่

รถสิบล้อรับจ้าง เหมาะสำหรับการเคลื่อนย้ายสิ่งของหรืออุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่

โดยผู้ที่เป็นเจ้าของรถ หรือใช้งานรถเป็นประจำจะต้องมีการตรวจเช็คสภาพของรถทางด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ตรวจเช็ครอบการวิ่งเพื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ซึ่งโดยปกติทางศูนย์จะแนะนำให้เปลี่ยนทุก 20,000 กิโลเมตร
  • ตรวจเช็คสภาพของลมยางให้มีระดับการใช้งานที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนดไว้ เพราะหากลมยางไม่เท่ากันจะส่งผลต่อการทรงตัวของรถยนต์ จนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
  • หมั่นตรวจเช็คสภาพรอยหยดรั่วของน้ำและน้ำมันต่าง ๆ หรือหากพบว่าน้ำมีความร้อนรั่วให้หาที่มาของการรั่วเพื่อทำการซ่อมแซมให้ถูกจุด
  • ดูแลน้ำระบายความร้อน หากพบว่าพร่องลงให้เติมลงไปให้เต็มอยู่เสมอเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพลง
  • ตรวจดูระดับน้ำมันเครื่องไม่ให้แห้งจนเกินไป
  • ตรวจเติมน้ำมันเบรคในกระบอกน้ำมันเก็บเบรคให้อยู่ในระดับที่พอดีกับการใช้งาน

รถรับจ้าง กับความสำคัญในการขนส่งสินค้า

รถรับจ้าง และภาพรวมการขนส่งสินค้าของประเทศไทย

รถรับจ้าง ในระบบการขนส่งสินค้า ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ของประเทศไทย จากรายงานโลจิสติกส์ของประเทศไทยในปัจจุบันพบว่า ต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทย มีมูลค่ารวมเกือบ สองล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยต้นทุนค่าดำเนินการขนส่งสินค้า 8แสนล้านบาท (ประมาณร้อยละ 10 ของ GDP) ต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง 7แสนล้านบาท (ประมาณร้อยละ 8 ของ GDP) และต้นทุนการบริหารจัดการ ด้านโลจิสติกส์ 1.5แสนล้านบาท (ประมาณร้อยละ 2 ของ GDP) ถ้าพิจารณาจากสัดส่วนของต้นทุนต่างๆ ในต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทย พบว่า ต้นทุนการดำเนินการ ขนส่งสินค้า มีสัดส่วนมากที่สุด เท่ากับร้อยละ 50 หรือครึ่งหนึ่งของต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทย

รถรับจ้างขนของ รถขนส่งสินค้า จาก บริษัทขนส่งสินค้า ที่มีประสบการณ์มายาวนาน

รถรับจ้างขนของ รถขนส่งสินค้า จาก บริษัทขนส่งสินค้า ที่มีประสบการณ์มายาวนาน

รถรับจ้าง มีต้นทุนส่วนที่สูงที่สุด คือ ต้นทุนค่าขนส่งสินค้า ซึ่งรายงานนี้จะพิจารณารายละเอียดมาก ส่วนต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง ซึ่งมีสัดส่วนสูงเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีถ้าพิจารณาในรายละเอียดแล้ว จะเห็นได้ว่าต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง เป็นต้นทุนด้านการถือครองสินค้าเกือบทั้งหมด อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากรายงาน โลจิสติกส์เป็นข้อมูลภาพรวมของต้นทุนโลจิสติกส์ของทั้งประเทศ ซึ่งแต่ละสาขาการผลิต และชนิดสินค้าต่างๆ ย่อมมีรายละเอียดของต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่ต่างกันออกไป เช่น สินค้าเกษตรแบบเน่าเสียง่าย จะไม่มีต้นทุนด้านการถือครองสินค้า เนื่องจากสินค้าต้องส่งจำหน่ายให้ถึงมือผู้บริโภค เพื่อบริโภคโดยเร็ว แต่สินค้าเกษตรที่สามารถเก็บได้ เช่น ข้าว แป้งมันสำปะหลัง หรือน้ำตาล ย่อมมีต้นทุนด้านการถือครองสินค้า แต่เทียบมูลค่าแล้วอาจเทียบไม่ได้กับต้นทุนการถือครองสินค้าบางประเภทซึ่งมูลค่าสูงเช่นสินค้าจากอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น รถยนต์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ

ต้นทุนค่าขนส่งสินค้า เป็นส่วนของต้นทุนที่มีสัดส่วนมากที่สุดในต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ เมื่อพิจารณาระบบขนส่งและโลจิสติกส์นั้นตัวชี้วัดที่สำคัญตัวหนึ่ง คือ อุปสงค์การขนส่งสินค้า ซึ่งสามารถแบ่งแยกอุปสงค์การขนส่งสินค้าตามรูปแบบของการขนส่ง เช่น การขนส่งทางถนน ทางรถไฟ ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งปริมาณการขนส่งสินค้าเป็นดัชนีทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ตัวหนึ่ง กล่าวคือ ถ้ามีการขนส่งมาก ย่อมหมายถึงมีการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ มากเช่นเดียวกัน

การขนส่งทางถนน โดย รถขนส่งสินค้า มีปริมาณมากที่สุด ซึ่งมีปริมาณเท่ากับ 4ร้อยล้านตัน หรือประมาณร้อยละ 80 ของปริมาณการขนส่งสินค้าทั้งหมด เมื่อคิดจากปริมาณการขนส่งสินค้า รวมทุกรูปแบบการขนส่งซึ่งมีมีปริมาณโดยรวมทั้งหมด 5ร้อยล้านตัน จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การใช้บริการจาก รถรับจ้าง ขนส่งสินค้าจาก บริษัทขนส่งสินค้า ต่างๆ ยังคงเป็นกลไกหลักของระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย